6 กิจกรรมหยุดความเครียดของคุณแม่ด้วย “สมาธิ”

วันหนึ่งๆ คุณแม่มีเวลาสำรวจอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองบ้างไหมคะ? หลายคนทำตาเขียวปัด แหม! ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าชีวิตคนเป็นแม่รับบทหนักแค่ไหน หันซ้ายก็ลูก มองขวาก็สามี ถ้าคนไหนมีสถานะพิเศษเป็น Working Mom ด้วยแล้วล่ะก็ ความเครียดยิ่งทวีคูณ… ก็เพราะรู้อยู่เต็มอกว่านี่สิคะว่าเป็นแม่ไม่ใช่ง่าย แถมมีเรื่องให้เครียดอีกเป็นกระบุง จึงจะมาชวนสลายความเครียดด้วยสมาธิ

คุณแม่โดยเฉพาะคนเป็นแม่มือใหม่ ที่ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเจ้าตัวเล็กยังไม่รู้จักรู้ใจกันดีพอ กว่าจะผ่านไปแต่ละวัน แม่ต้องเผชิญกับความวุ่นวายตั้งแต่เช้าจนค่ำ บางครั้งล่วงเลยไปจนดึกดื่นค่อนคืนก็ยังไม่ได้นอน หรือ Working Mom ที่ภายในหนึ่งวันมีกิจกรรมให้ทำมากมายทั้งในบ้านและนอกบ้าน ร่างกายจึงรู้สึกเหนื่อยล้าราวกับออกรบ เพราะฉะนั้นคนเป็นแม่ร่างกายมักไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ สมองไม่ค่อยได้หยุดพัก ความเครียดจึงเข้ามาอาศัยอยู่ในอารมณ์ของเราโดยที่ไม่ต้องเชื้อเชิญ ทีนี้ล่ะค่ะพอลูกหรือสามีทำอะไรขัดหูขัดตานิดหน่อยจากที่เคยทนได้ก็ปรอทแตก พานหงุดหงิดไปโดยไม่รู้ตัว

หนทางผ่อนคลายความเครียดนั้นมีด้วยกันหลายวิธี แต่ฉบับนี้ขอแนะนำ การทำสมาธิ เพราะสมาธิถือเป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ลึกซึ้งที่สุด ช่วยทำให้จิตใจสงบ ปลอดโปร่งจากความคิดซ้ำซาก ฟุ้งซ่าน และวิตกกังวล

สมาธิแท้จริง คือ จดจ่อ

อย่าค่ะ…อย่าเพิ่งร้อง “ยี้” และคิดว่าชีวิตนี้ไม่มีทางทำได้แน่ๆ   เพราะแค่จะอยู่นิ่งๆ หายใจเต็มปอดสักพักชั่วอึดใจก็ยังไม่มีเวลามากพอ นี่จะให้มานั่งทำสมาธิคงไปกันใหญ่ ถ้าคุณแม่ยังคิดเช่นนี้อยู่แสดงว่ายังเข้าใจความหมายของสมาธิแบบเดิมๆ อยู่ว่าต้องนั่งกำหนดลมหายใจเข้าออกเท่านั้น แต่สมาธิที่จะชวนทำวันนี้ใช้หลักของการทำสมาธิแบบง่ายๆ ก็คือการเอาใจไปจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว และต้องไม่คิดฟุ้งซ่านไปถึงเรื่องอื่นๆ  ซึ่งคุณฐิตินาถ ณ พัทลุง เรียกหลักการฝึกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า “รู้เท่าทันใจตัวเอง” ค่ะ

6 กิจกรรมสร้างสติ..คลายเครียด

ลองมาดูกันว่ากิจกรรมสมาธิแบบบูรณาการอะไรบ้าง ที่ทั้งเสริมสร้างสมาธิให้แก่คุณแม่และช่วยผ่อนคลายความเครียดไปในตัว

1. ฟังเพลง คุณแม่เลือกฟังเพลงเบา ๆ โดยเฉพาะเพลง Meditation ที่มีเพียงเสียงดนตรีบรรเลงหรือเสียงธรรมชาติ อย่างเสียงคลื่น เสียงน้ำตก หรือเสียงนกร้อง จะช่วยเรียกสมาธิคืนสู่สมองและจิตใจภายในเวลาสั้น

2. อาบน้ำ อาบน้ำด้วยเจลอาบน้ำที่มีส่วนผสมของคาโบมายล์โดยอุณหภูมิของน้ำอุ่นกำลังดี น้ำอุ่นๆ จะช่วยให้ร่างกายที่เครียดและเหนื่อยล้าผ่อนคลาย และจะพิเศษยิ่งขึ้นก็ต่อเมื่อคุณแม่จดจ่อรู้ทุกขณะที่น้ำไหลผ่านตัว

3. เล่นโยคะ โยคะท่าง่ายๆ เล่นแบบสบายๆ ในห้องนอนสัก 10- 30 นาทีหรือว่านานกว่านั้น ก่อนไปทำกิจกรรมอย่างอื่น จะช่วยให้คุณแม่ค่อยๆ ผ่อนคลายสบายตัวขึ้น

4. นอนสมาธิ ก่อนลุกออกจากที่นอนตอนเช้า หรือหลังจากล้มตัวลงนอน คุณแม่ก็สามารถทำสมาธิได้ด้วยการนอนหงาย วางมือทั้งสองประสานไว้บนอก หลับตา หายใจเข้า-ออกลึกๆ 3 ครั้ง ถ้าจิตยังไม่สงบ ให้เพิ่มการนับเลขเข้าไปด้วยก็ได้

5. หามุมสงบส่วนตัว หาเวลาสงบสักวันละ 5-10 นาที อยู่ในที่เงียบๆ อากาศดีๆ นั่งผ่อนคลายอารมณ์ ทำจิตใจให้ว่างเปล่า ปล่อยให้ใจล่องลอยไปเรื่อยๆ ทิ้งความกังวลและปัญหาต่างๆ ไปชั่วคราว หายใจเข้าออกช้าๆ จะช่วยเติมพลังความสดใสให้กลับมา

6. เขียนไดอารี่ เสมือนเปิดประตูอารมณ์ปล่อยให้ความอัดอั้นตันใจต่างๆ ไหลลงสู่หน้ากระดาษ การถ่ายเทความรู้สึกในใจออกมา จะทำให้จิตใจปรับสมดุลได้เร็วขึ้น เพราะระหว่างเขียนไดอารี่เป็นการทบทวนความรู้สึกตัวเองที่ดีที่สุด

คุณแม่อาจจะเลือกช่วงเช้าก่อนเจ้าตัวเล็กตื่น หรือตอนกลางคืนหลังลูกหลับไปแล้วก็ได้ค่ะ เพียงวันละ 10-30 นาทีทุกวัน ก็จะช่วยผ่อนคลายความเครียด สร้างสมาธิ อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลชีวิตได้เป็นอย่างดี