รู้ไว้ใช่ว่า…ก่อนเลี้ยงลูกในห้องแอร์

ไม่ว่าฤดูไหนในเมืองไทย คุณพ่อคุณแม่คงคิดว่าสภาพอากาศในเมืองไทย น่าจะเหลือเพียงแค่ 2 ฤดูคือ ร้อนมากกับร้อนน้อยเท่านั้น ลำพังผู้ใหญ่ยังพอจะอดทนกันได้ แต่สำหรับลูกวัยเบบี้ด้วยแล้ว การติดเครื่องปรับอากาศในห้องกลายเป็นเรื่องที่ทุกบ้านนิยมกัน

แต่ว่าการให้ลูกอยู่ในห้องแอร์อันผิดกับธรรมชาติของโลกภายนอกนั้น คุณแม่รู้ไหมว่าจะมีผลกระทบอะไรกับลูกบ้าง

แม้มนุษย์เราจะขึ้นชื่อว่าเป็นตัวการทำให้โลกร้อน แต่ทว่ากงกรรมกงเกวียนก็ย้อนคืนมาหาเราให้แก้ปัญหาเรื่องสภาพอากาศกันอยู่ร่ำไป และตอนนี้เครื่องปรับอากาศกลายเป็นคำตอบสุดท้ายที่จะทำให้คนอาศัยอยู่ในบ้านได้อย่างสบายกายมากขึ้น แต่สำหรับมนุษย์ตัวเล็กๆ ล่ะ จะถูกโฉลกกับเครื่องปรับอากาศมากน้อยแค่ไหนกัน

อากาศของห้องแอร์

ธรรมชาติของแอร์นั้นจะควบคุมอุณหภูมิและความเย็นภายในห้องได้อย่างทั่วถึง ทำให้เนื้อตัวไม่เหนียวเหนอะนะ ลดความหงุดหงิด ความไม่สบายตัว รวมทั้งกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้อีกด้วย จะเห็นได้ว่าไม่ว่าเด็กๆ หรือผู้ใหญ่ที่อยู่ในห้องแอร์จะนอนหลับได้สนิท และอารมณ์ดีกว่าอยู่ในห้องข้างนอกที่มีอากาศร้อนอบอ้าว

แต่ทว่าก่อนที่คุณจะติดตั้งแอร์ในห้องนอนลูกควรจะเลือกขนาดบีทียูของแอร์ให้สอดคล้องกับความกว้างของห้อง รวมทั้งการติดตั้งพัดลมดูดอากาศ ซึ่งจะช่วยทำให้มีออกซิเจนหมุนเวียนอยู่ในห้องเพิ่มขึ้น อีกทั้งการดูแลความสะอาดจะต้องล้างที่กรองฝุ่นทุกอาทิตย์ เพราะอากาศเมืองร้อนอย่างบ้านเรามักจะมีฝุ่นเยอะ ถ้าไม่ล้างที่กรองฝุ่นบ่อยๆ อาจจะทำให้เชื้อโรคหมักหมมจนเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้

เทคนิคเปิดแอร์ในห้องลูกเล็ก

บอกตามตรงว่าเราปฏิเสธการใช้แอร์ได้ยาก เพราะฉะนั้นก่อนอื่นเรามาใช้แอร์ในห้องลูกให้เป็นกันดีกว่า

– ปรับอุณหภูมิให้ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป ที่ประมาณ 25-27 องศาเซลเซียส

– ตั้งปรับพัดลมของแอร์ให้เป็นระบบ Auto Swing และตั้ง Sleep โหมด เพื่อทำให้อุณหภูมิในห้องไม่เย็นจนเกินไป และกระจายความเย็นทั่วห้อง

– หลีกเลี่ยงการเปิดแอร์ในตอนเช้าและตอนกลางคืน เพราะอากาศค่อนข้างเย็นอยู่แล้ว

– ตั้งเตียงหรือเบาะนั่งเล่นของลูกเลี่ยงทิศทางลม ไม่ให้อยู่ในระดับทางลมแอร์พัดโดยตรง เพราะเมื่อลมแอร์ตกลงที่ศีรษะเด็กอย่างจัง อาจทำให้เจ้าหนูอาจไม่สบายได้

– เปิดห้องให้อากาศบริสุทธิ์ภายนอกไหลเวียนเข้ามาบ้าง อย่างน้อยวันละ 3-4 ชั่วโมงขึ้นไป รวมทั้งเปิดม่านให้แดดส่องเพื่อฆ่าเชื้อโรคในห้อง

– ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเฟอร์นิเจอร์ให้ปราศจากฝุ่นดีกว่าการปัดฝุ่น เพราะการปัดจะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายยิ่งขึ้น

– หลีกเลี่ยงการใช้แอร์เคลื่อนที่ชนิดเติมน้ำหรือเติมน้ำแข็ง เพราะว่าจะทำให้ลูกหายใจเอาละอองน้ำเข้าไปด้วย ส่งผลให้ปอดบวมหรือปอดชื้นได้

– สำหรับเครื่องฟอกอากาศไม่จำเป็นเท่าไรนัก เพราะว่าเครื่องปรับอากาศสมัยนี้ล้วนมีเครื่องฟอกอากาศพร้อมในเครื่องแล้วทั้งนั้น ดังนั้นคุณแม่ไม่จำเป็นต้องซื้อแยก

จริงอยู่ที่เด็กทารกควรจะอยู่ในห้องมากกว่าเผชิญโลกกว้าง เพราะภายในห้องจะมีอุณหภูมิที่คงที่มากกว่าอากาศด้านนอก และกันทารกจากลมและมลพิษอื่นๆ ได้ด้วย แต่ว่าเมื่อลูกอยู่ในห้องแอร์ใช่ว่าจะเจอแต่สิ่งดีๆ เท่านั้น เพราะการเปิดแอร์ให้ลูกรักตลอดเวลา ทำให้ห้องมีความชื้นสูง เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่คลอดก่อนกำหนด การทำงานของปอดมักจะไม่แข็งแรงและภูมิต้านทานต่ำ จึงอาจจะปอดบวมได้

ยิ่งไปกว่านั้นถ้าอยู่ในห้องแอร์นานๆ ไม่ใช่เพียงแต่เด็กเล็กๆ ที่อาจจะเกิดโรคได้ แต่เด็กวัยซนหรือผู้ใหญ่ก็สามารถเป็นภูมิแพ้ได้เช่นกัน เพราะหากเด็กๆ แพ้สปอร์จากเชื้อรา และภายในเครื่องแอร์นั้นเป็นแหล่งเพาะเชื้อราอย่างดี และเมื่อพ่นออกมาทั่วห้องเด็กๆ จึงมีสิทธิ์หายจากอาการภูมิแพ้ และหายใจไม่ออกยากขึ้นด้วย

นอกจากนั้นสรีระกายภาพของทารกน้อยนั้น จะมีรูจมูกที่ค่อนข้างเล็ก หากมีอะไรเข้าไปกระตุ้นไม่ว่าจะเป็นฝุ่นผง ความเย็น หรือความชื้นก็จะทำให้รูจมูกบวมขึ้นมา มีน้ำมูก และรูจมูกตันจากน้ำมูกได้ ซึ่งเวลาที่คุณแม่ดูเผินๆ เหมือนลูกจะเป็นหวัด การอุดตันของรูจมูกนั้นทำให้เด็กรำคาญตัว นอนไม่หลับ จนเป็นบ่อเกิดของอาการไม่สบายอย่างอื่นอีกด้วย

ในภาวะโลกร้อนแบบนี้ อักษรสินแนะนำให้คุณแม่เปิดแอร์ภายในห้อง เฉพาะตอนที่อากาศร้อนเหลือกำลังจริงๆ เพราะอย่างน้อยเจ้าหนูก็จะได้คุ้นชิน และมีภูมิต้านทานความร้อน และไม่โยเยเพราะติดห้องแอร์ และการที่ให้เจ้าหนูเขาอยู่ในอากาศธรรมชาติย่อมจะดีต่อสุขภาพที่สุดค่ะ

รู้ก่อนใช้แอร์กับลูกเล็ก

– อย่าพาลูกเข้าห้องแอร์ทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ หรือพาลูกเดินเข้าออกระหว่างห้องแอร์กับอากาศภายนอกบ่อยๆ เพราะจะทำให้ร่างกายของลูกปรับอุณหภูมิไม่ทันจนไม่สบายได้

– เมื่อลูกอยู่ในห้องแอร์เป้นประจำ ผิวของเบบี๋จะค่อนข้างแห้ง เบบี้ออยจึงมีความจำเป็นมาก คุณแม่ควรทาให้ลูกเพื่อป้องกันผิวแห้งและคันจนเป็นแผล

– คุณแม่ไม่ควรใส่เสื้อผ้าหนาจนเกินไปให้เจ้าหนู แม้จะอยู่ในห้องแอร์ เพราะบ้านเราก็ไม่ใช่เมืองหนาว ใส่ผ้าฝ้ายธรรมดาระบายอากาศได้ดี จะทำให้เจ้าหนูสบายตัวมากกว่า

– ยามเช้าและยามเย็นคุณแม่ควรพาลูกไปรับแสงแดดอ่อนๆ เพื่อให้ลูกได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์บ้าง ดีกว่าเติบโตอยู่ในห้องแอร์อย่างเดียว