10 step เตรียมให้ชัวร์เมื่อรู้ตัวว่า ‘ท้อง’

ในที่สุดก็ได้เป็นคุณแม่สมใจกันซะที ขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่ไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ แต่อย่างไรก็อย่ามัวแต่ดีใจกันจนลืมไปว่า นับจากวันนี้ไปยังมีเรื่องให้ต้องทำ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมอีกมากมาย เพื่อให้ตลอดเส้นทางสู่การเป็น ‘แม่’ ของคุณราบรื่นขึ้น เรามาดูกันค่ะว่า มีเรื่องอะไรที่คุณต้องเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าบ้าง

10 ไปฝากครรภ์ ยิ่งฝากครรภ์เร็วเท่าไร ก็ยิ่งเป็นประโยชน์กับทั้งแม่และลูกมากเท่านั้นค่ะ เพราะคุณหมอจะได้ตรวจร่างกายอย่างละเอียด คำนวณกำหนดคลอดคร่าวๆ พร้อมซักประวัติเพื่อประเมินว่าคุณแม่มีความเสี่ยงเรื่องใดบ้างในการตั้งครรภ์ครั้งนี้ เพราะฉะนั้นข้อมูลส่วนตัวที่คุณแม่ต้องเตรียมไปฝากครรภ์คือ รายละเอียดเกี่ยวกับการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย ประวัติการเจ็บป่วย การแพ้ยาต่างๆ รวมทั้งเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ เช่น ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนของคุณพ่อคุณแม่เพื่อใช้สำหรับทำสูติบัตรให้ลูกหลังคลอด พกทั้งตัวจริงและสำเนาไปด้วยเลยจะได้ไม่เสียเวลาหาที่ถ่ายเอกสารค่ะ

9 หาข้อมูลให้พร้อมสู่การเป็น ‘แม่’ ไม่ว่าจะเป็นตำรับตำรา นิตยสาร หรือการเข้าคอร์สอบรมแม่ตั้งครรภ์ สิ่งเหล่านี้จะช่วย update ข้อมูลเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์  การดูแลครรภ์ ไปจนกระทั่งการดูแลลูกหลังคลอด เพื่อให้ว่าที่คุณแม่ได้เปิดโลกทัศน์และเตรียมตัวสู่การเป็นแม่ได้อย่างถูกวิธียังไงล่ะคะ อ้อ ถ้าไม่อยากให้ประสบการณ์ดีๆ ผ่านเลยไป ลองหาสมุดบันทึกสักเล่มไว้เขียนสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างคุณกับลูกดูสิคะ

8 รับมือกับอาการแพ้ท้อง เรื่องแพ้ท้องใครไม่เจอกับตัวก็คงไม่รู้ว่าทรมานแค่ไหน ก็ทั้งคลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ เหม็นเบื่อไปสารพัด บ้างก็อยากกินของเปรี้ยวๆ แปลกๆ  แบบใจจะขาดซะให้ได้ถ้าไม่ได้กิน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไป วิธีแก้ไขง่ายๆ คือพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ และไม่ควรปล่อยให้ท้องว่าง คุณแม่อาจหาน้ำขิงไว้จิบระหว่างวันเพื่อช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้

7 หาชุดใหม่ใส่ได้แล้ว ขนาดท้องจะเริ่มขยายชัดขึ้นในช่วงอายุครรภ์ 4 เดือน ฉะนั้นคุณแม่จึงควรเตรียมชุดคลุมท้องที่สวมใส่ง่าย และสะดวกเวลาที่ต้องเข้า- ออกห้องน้ำบ่อยๆ รวมทั้งชุดชั้นในที่ใส่แล้วไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดไว้เสียแต่เนิ่นๆ ค่ะ วิธีเลือกเสื้อชั้นในก็ให้เลือกชนิดที่มีตะขอปรับขยายขนาดไว้มากๆ จะได้ไม่ต้องซื้อใหม่บ่อยๆ  ส่วนกางเกงชั้นในช่วงอายุครรภ์อ่อนๆ ก็อาจใส่แบบบิกินี่ที่ไม่รัดเอวมากเกินไป พออายุครรภ์มากขึ้นค่อยเปลี่ยนมาใส่แบบพยุงครรภ์เพื่อช่วยรับน้ำหนักท้องแทนค่ะ

6 ไปหาหมอฟัน เมื่ออาการแพ้ท้องค่อยๆ ทุเลาลง แนะนำว่าควรไปพบทันตแพทย์อย่างน้อยสักครั้งค่ะ เพื่อตรวจสุขภาพฟัน เพราะแนวโน้มที่แม่ตั้งครรภ์จะมีปัญหาสุขภาพฟันมีมากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นน้ำลายที่มีมากในช่วงท้อง 3 เดือนแรกอาจส่งผลต่อฐานฟัน หรือการกินของขบเคี้ยวผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อบรรเทาอาการแพ้ท้องอาจทำให้เคลือบฟันสึกหรือฟันผุได้ง่าย รวมถึงฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ก็เป็นตัวการทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ อ่อนนุ่มลงและมีเลือดมาเลี้ยงเหงือกมากขึ้นจึงทำให้เลือดออกตามไรฟันได้ง่ายกว่าปกติ  ที่สำคัญก่อนทำฟันอย่าลืมบอกคุณหมอด้วยว่า กำลังตั้งครรภ์อยู่ค่ะ

5 เตรียมร่างกายให้พร้อม การบริหารร่างกายเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการคลอดจะช่วยให้คุณแม่สบายใจและมั่นใจในการคลอดมากขึ้นค่ะ โดยเฉพาะการบริหารกล้ามเนื้อขาและอุ้งเชิงกราน เช่น ฝึกนั่งแบะขาดึงข้อเท้า ฝึกนั่งยองๆ เท่าที่โอกาสจะอำนวย เพื่อให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและต้นขาแข็งแรง และจะช่วยให้คลอดง่ายขึ้น

4 ระวัง ! ตะคริวถามหา ตะคริวเป็นอาการที่พบได้บ่อยในช่วงเดือนที่ 6 ของการตั้งครรภ์ มีสาเหตุมาจากการยืนเดินมาก หรือนั่งห้อยเท้าตลอดทั้งวัน และเป็นสัญญาณที่ร่างกายบอกให้รู้ว่าคุณแม่ได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอหรือขาดเกลือแร่ระหว่างตั้งครรภ์ เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรดื่มนมหรือกินอาหารที่มีแคลเซียม เช่น กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย ให้เพียงพอ ส่วนวิธีแก้ไขเมื่อเป็นตะคริวทำได้ง่ายๆ คือ รีบเหยียดขาออกไปให้ตึงที่สุด จากนั้นดัดปลายเท้ากระดกขึ้นหรือบีบนวดบริเวณที่เป็นตะคริวเพื่อเหยียดและยืดกล้ามเนื้อให้คลายออก

3 ตั้งชื่อลูกรอได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ที่ยังหาข้อยุติเกี่ยวกับชื่อลูกไม่ได้ ก็ควรจะต้องรีบๆ ฟันธงกันเสียแต่ไตรมาสสุดท้ายนี้ได้แล้ว เพราะช่วงนี้คงรู้แล้วล่ะว่าลูกสาวหรือลูกชาย เมื่อคุณแม่เจ็บท้องคลอดแล้วพยาบาลต้องถามชื่อเพื่อไปทำสูติบัตรลูกจะได้ไม่ฉุกละหุก และไม่ต้องมาเสียเวลาเปลี่ยนชื่อกันใหม่อีก สำหรับคุณแม่ที่เชื่อเรื่องชื่อมีอิทธิพลกับชีวิต แนะนำว่าควรรีบหาตำรามาอ่านและเลือกชื่อที่เหมาะสมเสียแต่เนิ่นๆ แบบว่าตั้งเผื่อไว้เลย 7 วัน คลอดออกมาวันไหนก็ชื่อนั้นค่ะ

2 เคลียร์งานและลาคลอด คุณแม่ควรเคลียร์งานต่างๆ ที่คั่งค้างให้เรียบร้อยก่อนถึงกำหนดคลอดประมาณ 1 เดือน ที่สำคัญอย่าลืมสอบถามรายละเอียดวันลาคลอดของบริษัทด้วยว่า ลาได้ทั้งหมดกี่วัน ถ้าลาวันนี้จะต้องกลับมาทำงานอีกทีเมื่อไหร่ รวมถึงสอบถามเรื่องสวัสดิการต่างๆ ให้ชัดเจนด้วย เพื่อคุณจะได้ไม่เสียประโยชน์ที่พึงได้รับ

1 ต้อนรับสมาชิกใหม่ หลังจากลางานแล้วคุณแม่ก็จะมีเวลาพักผ่อนกายใจเต็มที่ ระหว่างนี้ควรฝึกหายใจผ่อนคลายความเจ็บปวดระหว่างคลอดไปในตัว หากมีเวลาก้จัดเตรียมห้องหับไว้รับสมาชิกตัวน้อย รวมไปถึงข้าวของต่างๆ ที่จะต้องให้คุณสามีเอาไปให้ที่โรงพยาบาล เช่น ผ้าอ้อม เสื้อผ้าทั้งของลูกและของแม่สำหรับใส่กลับบ้าน ที่ลืมไม่ได้คือเบอร์ติดต่อฉุกเฉินกรณีที่คุณแม่เกิดเจ็บท้องคลอดกระทันหัน

ถ้าเตรียมตัวมาอย่างดี เมื่อถึงคราวที่จะต้องเข้าห้องคลอดกันจริงๆ คุณแม่ก็จะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง และทำหน้าที่ให้กำเนิดชีวิตน้อยๆ ได้อย่างมั่นใจด้วยค่ะ