เคล็ดไม่ลับ…ดูแลจุดซ่อนเร้นยามตั้งครรภ์

แม่ท้องจุดซ่อนเร้นตรงนั้นมักจะอับชื้น และด้วยอากาศที่ร้อนช่วงเดือนเมษายนด้วยแล้ว ก็จะทำให้แม่ท้องต้องดูแลเป็นพิเศษ และในช่วงที่ท้องประจำเดือนจะไม่มา จึงมีการตกขาว ซึ่งแม่ท้องจะต้องดูแลสุขอนามัยจุดซ่อนเร้นนั้นให้ถูกวิธี

“ตกขาว” เป็นผลผลิตของสารที่ถูกขับออกจากช่องคลอด ที่ออกจากต่อมต่างๆ ในระบบสืบพันธุ์ ได้แก่ น้ำที่หลั่งจากต่อมใต้ผิวหนังบริเวณช่องคลอดจากต่อม Skene ต่อม Bartholin ที่หลั่งออกมาเพื่อหล่อลื่นปากช่องคลอด หรือเซลล์เยื่อบุผนังช่องคลอดที่หลุดลอกออกมา มูกจากต่อมที่ปากมดลูก รวมถึงสารคัดหลั่งจากเยื่อบุโพรงมดลูก และท่อนำไข่ แล้วถูกขับออกมาทางช่องคลอด เพราะฉะนั้นตกขาวส่วนใหญ่จึงเป็นสีขาวนวล บางครั้งเรียกว่า “ระดูขาว หรือมุตกิต” ครับ

ตกขาวในแม่ตั้งครรภ์

ว่าที่คุณแม่คงสงสัยว่าตกขาวที่ปกติในระหว่างตั้งครรภ์นั้นต่างจากตอนที่ไม่ตั้งครรภ์อย่างไรกันล่ะ คำตอบก็คือ ระหว่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์นั้นปริมาณเลือดที่ไหลเวียนที่ช่องคลอดและตัวมดลูกจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ปริมาณสารคัดหลั่งที่เรียกว่า Transudate ที่แทรกซึมผ่านผนังช่องคลอดออกมามีปริมาณมากขึ้น ประกอบกับปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนระหว่างตั้งครรภ์ก็มีมากขึ้นด้วย ทำให้ต่อมต่างๆ บริเวณปากช่องคลอดและคอมดลูกผลิตสารคัดหลั่งออกมามากขึ้น ดังนั้นผู้หญิงตั้งครรภ์จะสังเกตว่าปริมาณตกขาวจะมีมากขึ้น จนบางครั้งต้องใส่ผ้าอนามัยเพื่อกันเปื้อนแทบจะทุกวัน

สีของตกขาว : สิ่งบอกความปกติ
ตกขาวจะผิดปกติหรือไม่ ว่าที่คุณแม่สังเกตได้จากสีครับ ตกขาวที่ปกติจะมีสีขาวนวล คล้ายแป้งเปียก มีปริมาณไม่มาก ไม่มีก่อให้เกิดอาการคัน หรือปวดแสบปวดร้อน มีลักษณะเป็นกรดอ่อนๆ อันเนื่องมาจากแบคทีเรียที่ชื่อ Lactobacillus ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลกลัยโคเจนจากเยื่อบุผนังช่องคลอดให้กลายเป็นกรดแลคติค ขณะที่ตกขาวไม่ปกติจะมีลักษณะขาวขุ่น เหลือง มูกปนเหลือง เป็นฟอง มีกลิ่นเหม็น หรือกลิ่นฉุนเหมือนปลาเน่า และมักมีอาการคันหรือปวดแสบปวดร้อนร่วมด้วยครับ

สาเหตุที่ทำให้ตกขาวผิดปกตินั้นเกิดได้จากเชื้อโรค ที่พบบ่อยมักเกิดจากเชื้อการติดเชื้อแบคทีเรียประมาณร้อยละ 30-35 ติดเชื้อราประมาณร้อยละ 20-25 และติดเชื้อพยาธิประมาณร้อยละ 10 และบางครั้งตกขาวที่ผิดปกติอาจจะเกิดจากการติดเชื้อโรคมากกว่า 1 ชนิดก็เป็นไปได้

นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดตกขาวที่ผิดปกติได้โดยจะจำแนกตามตำแหน่งที่เกิด ได้แก่

+ ช่องคลอดอักเสบ ที่พบได้บ่อยมักเกิดจากเชื้อแบคทีเรียม พยาธิ Trichomonas เชื้อรา เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเริม และเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ

+ ปากมดลูกอักเสบ ที่พบได้บ่อยมักเกิดจากเชื้อดังต่อไปนี้คือ เชื้อหนองในแท้ (Gonorrhea) เชื้อแคลมีเดีย (Chlamydia) เชื้อเริม (HPV virus)

+ แผลเป็นที่ปากมดลูก

+ สิ่งแปลกปลอมภายในช่องคลอด เช่น ผ้าอนามัยชนิดสอด เศษสำลี ถุงยางอนามัย เป็นต้น

+ มะเร็งของปากมดลูก หรือตัวมดลูก ทำให้เกิดตกขาวที่มีกลิ่นเหม็น

+ ช่องคลอดอักเสบจากการขาดฮอร์โมนในสตรีวัยทอง ก็ทำให้เกิดตกขาวได้

น้ำสะอาด : ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อจุดซ่อนเร้น

สำหรับวิธีการดูแลจุดซ่อนเร้นช่วงตั้งครรภ์ ก็ไม่มีอะไรมากครับ เพียงแค่ทุกครั้งที่เข้าไปทำภาระกิจเบาในห้องน้ำว่าที่คุณแม่ควรใช้น้ำสะอาดล้างทำความสะอาด และเช็ดบริเวณอวัยวะเพศให้แห้งด้วยกระดาษที่อ่อนนุ่ม โดยทิศทางของการเช็ดให้เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง แต่ส่วนใหญ่กระดาษชำระที่ใช้กันอยู่ทั่วไปนั้น หมอสังเกตว่ามีความคมและกระด้างพอสมควร ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกได้ ถ้าหากว่าคุณแม่ตั้งครรภ์เช็ดแรง หรือกระดาษแห้งมาก ควรที่จะใช้วิธีซับน่าจะเหมาะสมกว่า

สุขอนามัยตรงจุดซ่อนเร้นเป็นสิ่งที่สำคัญนะครับ ว่าที่คุณแม่ที่เคยสงสัยเกี่ยวกับสุขอนามัยบริเวณจุดซ่อนเร้น และคงจะเข้าจะและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไปครับ